ค้นหาบล็อกนี้

29 พฤษภาคม 2552

มีดอะไร What's the knife

มาดูมีดลาโยลแบบต่างๆกันดีกว่า ผมก็ไม่ใช่พ่อครัวซะด้วย ถ้าใครมีข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับมีดแต่ละชนิด ช่วยคอมเม้นต์มาบอกด้วยนะ มาเริ่มกันเลยดีกว่า



แบบแรกที่เราเห็นๆกันอยู่ เป็นมีดหั่นสเต๊ก Laguiole steak knives http://www.laguiolesteakknives.com/


แบบต่อมาเป็น มีดหั่นชีส Laguiole cheese knife http://www.laguiolecheeseknives.com/


อันนี้มีดหั่นเนื้อ Laguiole carving set http://www.laguiolecarvingsets.com/ เป็นเซ็ตมีดกับส้อมใหญ่


มีดหั่นหนมปัง Laguiole Bread Knives http://www.laguiolebreadknives.com/





มีดแคะหอย นางรม Oyster knife http://www.layole.com/uk/boutique/gammes/familles_4.php?ID_famille=38

มีดปังตอ cleaver & fork http://www.layole.com/uk/boutique/gammes/familles_4.php?ID_famille=31

มีดปาดเนย Butter knife http://www.layole.com/uk/boutique/gammes/familles_4.php?ID_famille=30

มีดตัดเค๊ก Cake slicer http://www.layole.com/uk/boutique/gammes/familles_4.php?ID_famille=32

มีดแล่หมูแฮม Ham knife http://www.layole.com/uk/boutique/gammes/familles_4.php?ID_famille=34

มีดปาดตับห่านบด Foie-gras knife http://www.layole.com/uk/boutique/gammes/familles_4.php?ID_famille=36


มีดกินปลา Fish set http://www.layole.com/uk/boutique/gammes/familles_4.php?ID_famille=39

มีดตัดซองจดหมาย Paper knife http://www.layole.com/uk/boutique/gammes/familles_4.php?ID_famille=42


พอแล้วนะ ขี้เกียจหาอ่ะ

25 พฤษภาคม 2552

Laguiole Eiffel Tower Collector

ลิ๊งค์ >> http://www.laguiole.com/laguiole-eiffel-tower-collector-p-429.html

ก่อนอื่นนะ มีคนคอมเมนท์มา ไม่รู้ใครสั่งว่าให้แปลต่อไป ไม่ให้หยุด ผมก็จะพยามนะครับเพ่ จะได้ฝึกอ่านภาษาอังกฤษไปในตัวด้วย แต่ผมชอบนะ คอมเม้นท์มาเยอะๆละกัน หนุกดีอ่ะ จะได้รู้ว่ามีคนสนใจด้วย

Forge de Laguiole ทำเก๋ครับ ออกตัวใหม่มาชื่อ Laguiole Eiffel Tower Collector เป็นรุ่น Limited edition ทำออกมาแค่ 120 เล่มเท่านั้นเอง เค๊าว่าไว้อย่างนี้ครับ

มันเป็นเรื่องราวความสวยงามของมรดกตกทอดที่ว่าด้วยเรือนร่าง วันนี้ The Forge de Laguiole ได้นำมีดเล่มล่าสุดของเขาออกสู่สายตา : มีดพับลาโยลรุ่น ฉลองครบรอบ 120 ปีของหอไอเฟล
ออกแบบโดย Lefèbvre C + B โมเดลนี้ได้ถูกถอดแบบจากความโค้งมนของหอไอเฟลออกมา และในตอนนี้ก็ได้ถูกสร้างมาเป็นรุ่นใหม่ของ Forge de Laguiole.
เป็นงานฝีมือ limited edition ที่สลักหมายเลขไว้ทั้ง 120 เล่ม สำหรับ Eiffel Tower Laguiole knife Collector รุ่นใหม่เอี่ยมนี้จะมาในกล่องอันสวยงามโดย Forge de Laguiole
ในกล่องจะมาพร้อมกับเหล็กที่ตัดออกมาทำด้าม ซึ่งเป็นโครงเหล็กที่ร่วงหล่นลงมา และเป็นสีเดิมแท้ๆของมันทีเดียว
และเขาก็จะให้ใบรับรองมาด้วยว่าด้ามของมีดเล่มนี้น่ะ ทำมาจากเหล็กของหอไอเฟล (ที่หล่นลงมาปักหัวนักท่องเที่ยวตาย ... อันนี้ผมล้อเล่นอ่ะ) แท้ๆ และแต่ละชิ้นก็จะมีหมายเลขกำกับไว้ด้วย
ถ้าคุณสั่งตอนนี้ จะส่งให้ช้าที่สุดก็ วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2552
อยากรู้ราคาใช่ม๊า ถูกไปผมเลยไม่สั่ง 2,640 ยูโรคับ เท่ากับ 126,666.71 บาทเท่านั้นเอง
ผมว่านะ ราคามีดคง 6พัน อีกแสนสองน่ะ คงเป็นค่าประกันตัวที่มันไปแงะเหล็กเค๊ามาทำอ่ะดิ ว่ามั้ย

23 พฤษภาคม 2552

แท้หรือเทียม

ผมว่าหลายคนก็คงยัง งงๆ เหมือนผมว่าอันไหนดี ยี่ห้ออะไรกันแน่ เลยไปอ่านใน Layole.com เค๊าพูดถึงการดูการประกันคุณภาพของมีดลาโยลก่อนซื้อ ก็เลยเข้าใจมากขึ้น มาติดตามกันดูนะคับ

ชื่อยี่ห้อ La Coutellerie de Laguiole จากเว็บ Layole.com"
ของจริง หรือ ของเก็" ... มีดลาโยลของเฮงซวยมาแล้ว

"Laguiole" ชื่อนี้ไม่ได้รับความคุ้มครองแล้ว
รูปแบบของมีดลาโยลที่รู้จักกันดีซึ่งเป็นมรดกตกทอดอันยอดเยี่ยมของบรรพบุรุษนั้น โชคไม่ดีที่คนรุ่นหลังลืมที่จะต่ออายุสิทธิบัตร หลังจาก 20 ปีผ่านไป มันได้กลายเป็นของสาธารณะสมบัติไปแล้ว
เพราะการคุ้มครองได้หมดเวลาลงไป การสร้างสรรนี้ก็ไม่ได้การคุ้มครองอีกต่อไป ผลลัพธ์ก็คือใครอยากจะผลิตอะไรแล้วใส่ตรา Laguiole ก็ได้มีดลาโยลก็เลยไม่ได้การปกป้องจากป้ายยี่ห้ออีกต่อไป เหมือนอย่างป้ายชื่อ "Appellation d’Origine Contrôlée" (ใบรับรองจากรัฐบาล)เพราะมันถูกนำไปใช้ในวงการผลิตภัณฑ์อาหารกันหมด
ของปลอมเฮงซวยเต็มไปหมด
ทุกวันนี้เราจะเจอกับของที่มาจากตลาดล่างทะลักออกมาเต็มไปหมด ซึ่งก็จะปั๊ม Laguioleด้วยสิแล้วก็มีผึ้งด้วยนะ มีขายยังกับของแท้ซะอีก แต่ไอ้ของตลาดล่างพวกนี้น่ะไม่ได้ทำในลาโยลเลย
บางพวกที่ทำในปากีสถานหรือในจีนเนี่ย เขาขายกันที่ไหนรู้มั้ย ...
- ตามชั้นขายของทั่วไป กับชื่อยี่ห้อ "Pradel France"
- ตามร้านขายบุหรี่
- แผงลอยตามตลาด หรือไม่ก็ตามงานแฟร์ ผลิตออกมาจากแต่ละประเทศที่ไปขาย และบ้างก็ผลิตด้วยเครื่องจักรจากจีน ขายในราคา 15ยูโร (700 บาท) ต่อกล่อง กล่องละ 6เล่ม
- บางร้านในหมู่บ้านลาโยลเอง
- ในซูปเปอร์
- หรือไม่ก็แถมมากับตับห่าน, น้ำแร่, หนังสือ, หรือบางทีก็จากปั๊มน้ำมัน...
หยุดฝันได้แล้ว! ไอ้พวกนั้นมันของบ้าๆบอๆ
> ถามหาการรับประกัน และมองหาผู้ผลิต
ผู้ซื้อต้องไม่โง่กับแค่ใช้คำว่า Laguiole ในการซื้อแต่ละครั้งของคุณให้มองหาชื่อโรงงานผู้ผลิต (เราเป็นใน1ใน2-3แห่งเท่านั้น) จงไปดูให้ถึงโรงงานแล้วจึงซื้อมัน

มีดลาโยลของแท้ต้องมาพร้อมกับใบรับประกัน ซึ่งจะระบุสิ่งต่อไปนี้ :

-ชื่อยี่ห้อผู้ผลิต

-ที่อยู่

-เบอร์โทรศัพท์ผู้ผลิต

ท่านผู้ซื้อ นี่เป็นทางเดียวที่จะประกันคุณภาพสินค้าที่คุณซื้อได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่เราผลิตของที่มีคุณภาพเราก็จะต้องใส่ชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรลงไป แต่ถ้าไม่ ของเหล่านั้นก็มักจะโกงคนซื้อนั่นเอง ... อย่าลืม จงถามหาที่มา

มันเป็นกรสร้างความมั่นใจที่ต่อเนื่องในคุณภาพการผลิตของมีดเรา และเป็นการเคารพต่อผู้ที่ทำงานและทักษะงานแฮนด์เมดเพื่อที่เราจะดึงให้ศิลปะงาน cutlery (มีดช้อนส้อม) ดียิ่งขึ้นไป

knivesandtools

วันนี้ไปเจออีกเว็บนึงชื่อ http://www.knivesandtools.com/ ที่ขายลาโยล แต่เค๊าขายของยี่ห้อ Forge de Lauiole ยี่ห้อเดียว เค๊าพูดถึงลาโยลไว้อย่างนี้คับ ...

ลาโยลไม่ได้เป็นชื่อยี่ห้อ แต่เป็นสไตล์ของมีด และก็เป็นชื่อของหมู่บ้านเล็กๆแห่งนึงในฝรั่งเศส ที่ซึ่งมีดเหล่านี้กิดขึ้นเป็นครั้งแรก พอลาโยลเกิดเป็นที่นิยมขึ้นมา บรรดาผู้ผลิตทั้งหลายก็พากันผลิตกันใหญ่ บ้างก็ทำได้ดี แน่นอนบ้างก็ทำได้เลว ทุกวันนี้มันก็ทำกันในไต้หวัน และในปากีสถาน แต่สำหรับยี่ห้อ Forge de Laguiole ยังไงก็ยังผลิตอยู่ในหมู่บ้านลาโยลของค๊าเหมือนดิม มีดแต่ละด้ามยังคงทำด้วยมือ (โดยคนทำคนเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ)โดยทักษะของช่างฝีมือจริงๆ ถ้าคุณจะซื้อมีดลาโยล คุณก็ควรซื้อที่มีที่มาที่ไป สำหรับเรา เว็บ knivesandtools ได้พบว่า Forge de Laguiole เป็นยี่ห้อที่ดีที่สุดที่จะนำเสนอมีดชนิดนี้ ด้วยเหตุผลของความประณีต ความใส่ใจในรายละเอียด และความพิถีพิถันในตัวผลิตภัณฑ์

ในปี 2002 เหล็กชนิดใหม่ได้ถูกออกแบบขึ้นมาโดยซัพพลายเออร์เหล็กชื่อ Bonpertuis มี่รหัสว่า T12 และเหมือนกับว่าส่วนผสมจะดีกว่าเหล็กรุ่นก่อนก็คือ 440A ซึ่งเป็น stainless steel แบบหนึ่ง โดยมีค่าความแข็งอยู่ที่ 57-58 HRC เหล็ก T12 นั้นมีความแข็งกว่า 440A แต่ไม่สูญเสียความยืดหยุ่น และรักษาคมได้ยาวนานกว่าแต่ก็ยังง่ายสำหรับการลับคมอีกด้วย เหล็กชนิดนี้ได้ถูกใช้โดย Forge de Laguiole เท่านั้นที่ผ่านมา และสูตรของเหล็กชนิดนี้ก็จะยังเป็นความลับอยู่ จนกว่าสิทธิบัตรจะหมดอายุลง

ตัวด้ามของมีด Forge de Laguiole knives นั้นใช้วัสดุที่หลากหลาย แต่โดยพื้นฐานแล้วก็ จะมีอยู่ 3 ประภทก็คือ ไม้Stamina wood, ไม้ธรรมชาติ และ กระดูกหรือไม่ก็เขาสัตว์

สำหรับ ไม้ Stamina wood นั้นก็จะเป็นวัสดุคุณภาพสูงที่ประกอบจากไม้ธรรมชาติ และนำมาทำสีให้สวยงาม เช่นในรูป


ตัวอย่างไม้ธรรมชาติ


ตัวอย่างกระดูก


ยังไม่จบ ทีนี้มาดูเว็บนี้เค๊าพูดถึงความสำเร็จของลาโยลบ้างครับ ...
อะไรคือความลับของรูปแบบอันน่าทึ่งของมีดลาโยลล่ะ ว่าโดยสังเขปแล้ว มันคือการประสานเป็นหนึ่งเดียวของ วัฒนธรรม และการออกแบบที่ร่วมสมัยนั่นเอง อืม แล้วเกี่ยวกับชื่อของมันล่ะ ลาโยล ก็คือหมู่บ้านที่มีประชากรประมาณ 1300คน มีการผลิต ชีส ที่นี่และเช่นเดียวกัน มีการผลิต มีด ที่นี่ด้วย ... "the Rolls Royce of blades" มีบางคนเรียกมันแบบนี้ด้วยนะ การออกเสียงที่ไม่ค่อยจะมีเหตุผลนัก “la yole.” เรื่องราวยังมีอีกเยอะในส่วนนี้ แต่ผมไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ก็ลยขี้เกียจแปลอ่ะ ถ้าสนใจก็เข้าไปอ่านกันนะคับ http://www.knivesandtools.com/en/stories/laguiole.htm ที่อ่านๆดูแล้วน่าสนใจหน่อยก็มีอย่างเช่น

มีดลาโยลนี่เป็นที่ชื่นชอบของดีไซน์เนอร์ชื่อดังด้วยนะ อย่าง Philippe Starck หรือ Yann Pennor หรือ Hermès หรือ Sonia Rykiel เป็นไงล่ะ ไม่ใช่ขี้ๆ

แล้วก็มีคำพูดเจ๋งๆอย่าง ... อันไหนตัดได้ ลาโยลก็สามารถ, สิ่งที่คนชอบในมีดของเขาก็คือ สไตล์, มันอาจฟังดูประหลาด แต่เรามักพูดกันว่า ความสวยย่อมมาก่อนเหตุผล
แล้วก็มี ที่ The Forge เนี่ย ปี 1994 ปีเดียวผลิตมีดไป 2แสนเล่ม ทำเงินไป 24ล้านฟรังส์ ??? แปลผิดป่าวฟะ หรือมันโม้ ไม่รู้สิ ลองเข้าไปอ่านกันหน่อยนะคับ แล้วเข้ามาคอมเม้นท์บอกกันหน่อย
อยากดูภาพสวยๆกับขั้นตอนการผลิตมั้ยคับ เข้าไปดูที่ http://www.knivesandtools.com/en/stories/laguiole-manufacturing.htm

มาดูตัวอย่างที่เว็บนี้เค๊าขายคับ เล่มนี้ 86.75 ยูโร ประมาณ 4,162 บาท ด้ามเป็น Stamina wood, ใบ 440A ,

21 พฤษภาคม 2552

Steel เหล็กอะไรดี

ผมน่ะไม่รู้รื่องเหล็กอะไรนักหรอก แล้วก็ไม่สนใจด้วยว่าเหล็กอะไรมีค่าความแข็งเท่าไหร่ ขี้เกียจจำ เท่าที่รู้ก็คือ ผมแบ่งของผมเองนะ แบ่งเป็น 2 พวกใหญ่ๆ 1.เหล็กคาร์บอน คนไทยชอบใช้เหล็กแบบนี้ตีมีด วัตถุดิบที่เอามาตีก็เป็นพวก แหนบรถยนต์ หรือตลับลูกปืน เป็นส่วนใหญ่ เพราะมันนิ่มใช้ความร้อนไม่สูงมาก ลับคมง่าย แต่ก็ขึ้นสนิมได้ต้องดูแลให้ดีหน่อย เผลอแป๊ปดียวสนิมขึ้นหมดสวยเลย 2.พวกเหล็ก Stanless เนี่ยแข็งดี แล้วก็ชอบที่มันไม่เป็นสนิมด้วย Laguiole ทุกยี่ห้อก็ใช้ Staless ส่วนใหญ่ใช้เบอร์ 12 C 27 บางยี่ห้อใช้ 440C ซึ่งแข็งกว่า พวกนี้รักษาคมได้ดีมากจริงๆ หมายถึงใช้งานไปถอะตามสบายไม่ต้องมานั่งลับคมกันบ่อยๆ เพราะเหล็กมันแข็งไง ผมไม่เห็นคนไทยใช้เหล็กสแตนเลสมาตีกันนะ เพราะมันใช้เทคนิคสูงกว่า ยากกว่าเหล็กคาร์บอน เอางี้มาดูกันว่าฝรั่งมันพูดเรื่องนี้กันยังไง

ใบมีดนั้นปกติแล้วก็จะทำด้วยโลหะอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้ :
* Carbon steel. นิ่ม และง่ายที่ลับคม ต้องการการบำรุงรักษาเป็นประจำ
* Stainless steel. แข็ง และรักษาคมได้ดี มันต้องการหินลับแบบละเอียดและกินเนื้อเหล็กได้ดี
* Steel 440. บางครั้งก็เรียกว่า surgical steel สามารถลับได้ดีด้วยหินละเอียดและกินเนื้อดีอย่างเช่นหิน coticule stone.
* Steel 12c27 or sandwik. โลหะชนิดนี้นิ่มกว่า 440 แต่ให้ผลในการลับที่ดีเลิศ

จาก laguiole.com บอกว่า เหล็ก 440 :
-ใบมีดจะแข็งแรงมาก
-ตัดได้ดีมากและไม่เคยขึ้นสนิม
-และรอยบากบนในมีดก็จะช่วยป้องกันการลื่นได้
จาก laguiole-en-aubrac.fr บอกว่า เหล็กคาร์บอนทั่วไป :
- ลับง่าย รักษาคมได้ดี
- นิ่มเกินไป พังเร็ว
- หมองได้ และก็เป็นสนิม
12 C 27 หรือมีชื่อเรียกว่า “Sandwik” Stainless Steel : รวมข้อดีของเหล็กอื่นๆไว้แทบทั้งหมด
- ลับง่าย
- รักษาคมดี
- และไม่เคยเป็นสนิม

20 พฤษภาคม 2552

Bee or Fly

พูดถึงรูปแบบของมีด

บนด้ามจะมีไม้กางเขนอยู่ด้านนึง ซึ่งมีชื่อว่า Three Bishops Cross นั่นเอง ในอดีตชาวชนบทในแคว้น Aubracจะใช้มีดปักลงในดินและสวดภาวนาต่อหน้าไม้กางเขนนี้นี่เองงงง และด้านบนของด้ามก็จะมี "แมลงวัน" เกาะอยู่ หมายถึงฝูงแมลงวันที่เกาะวัวของชาว Aubrac ในปัจจุบันยังเป็นที่โต้เถียงกันอยู่ว่ามันตัวอะไรกันแน่ บางคนว่าเป็นแมลงวัน บางคนก็ว่าเป็นผึ้ง เพราะฉะนั้น ที่พวกเรานั่งเถียงกันอยู่ ก็คงไม่แปลกหรอกมั้งคับ

18 พฤษภาคม 2552

มันคืออะไร What Laguiole is

มาคุยกันหน่อยถึงที่มาของลาโยล คนใหม่คงไม่เข้าใจว่ามันคือชื่อยี่ห้อหรือป่าว ไม่เชิงคับ แต่มันเป็นชื่อหมู่บ้านซึ่งเป็นต้นกำนิดของมีดพันธุ์นี้ และก็มีหลายโรงงานที่สร้างและผลิตของตัวเองขึ้นมาโดยจะมีโลโก้ของตัวเองประกบอยู่กับคำว่า Laguiole ไว้ด้วย เช่น ของยี่ห้อ "โอ แซบอ" (Au Sabot)

ก็จะมีรูปรองเท้าไม้เป็นโลโก้ประกบอยู่กับคำว่า Lauiole กับชื่อรุ่น ในรูปเป็นรุ่น Prestige

ในตอนเริ่มต้น Laguiole (ลาโยล)เป็นโบสถ์สำหรับช่วยเหลือเล็กๆ (rescue Chapel) ขึ้นกับศาสนจักร Alcorn ประวัติศาสตร์ของคำ Laguiole มาจากคำว่า "La Gleisols" หมายถึงโบสถ์เล็กๆ หมู่บ้านลาโยลตั้งอยู่ในเขต Aveyron ในแคว้น Aubrac ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ซึ่งครอบคลุม 3เขต ก็คือ Aveyron, Cantal และ Lozere ชุมทางของทั้งสามเขตนี้มีชื่อเรียกว่า Three Bishops Cross (ไม้กางเขน3บิชอป)ในศตวรรษที่16 โบสถ์"ลาโยล"ได้กลายมาเป็นโบสถ์หลัก การออกเสียงว่า "ลาโยล"ก็มาจากสำเนียงคนบ้านนอกสมัยก่อน บ้านหลังแรกๆของหมู่บ้านลาโยลสร้างขึ้นแถวๆทางเหนือของป้อม ปัจจุบันอาณาเขตของป้อมนี้มีชื่อว่า Batut ในแผนที่แสดงตำแหน่งของหมู่บ้านลาโยลคับ
อย่าเพิ่งปักใจเชื่อกับที่อ่านมาทั้งหมดนี้ เพราะว่าพอผมไปอ่านอีกที่นึง บางสิ่งบางอย่างก็ต่างกันออกไปบ้าง แต่ก็ใช้เป็นแนวทางได้นะ

Name ชื่อนั้นสำคัญไฉน

เดิมคนที่รู้จักกับ Laguiole มักจะมีปัญหากับการออกเสียงเรียกชื่อนี้กันเสมอ ดีที่เว็บของ Laguiole ของฝรั่งเศสเอง2-3เว็บได้บอกวิธีการออกเสียงไว้ชัดแจ้งว่า "ลา-โยล" เค๊าเขียนไว้อย่างนี้ Written as LAGUIOLE , and pronounced as "LAYOLE". เพราะฉะนั้นไม่ต้องมาเถียงเลยว่าจะออกเสียงอย่างอื่น ถ้ายังไม่เชื่อก็เข้าไปดู
ที่แรกก็คือ layole.com http://www.layole.com/uk/laguiole/histoire.php#insecte
ซึ่งเป็นเจ้าใหญ่เจ้านึง กับอีกที่นึงคือ epinions.com http://www.epinions.com/content_386585759364 ซึ่งเป็นฝรั่งที่เล่นมีดและชอบ Laguiole มากคนนึง ทั้งสองที่ระบุวิธีอ่านออกเสียงไว้เพื่อความถูกต้องในการเรียกชื่อ

เค๊าว่ามันเป็นภาษา Occitan ก็เลยหาต่อไปใน wikipedia >>> http://en.wikipedia.org/wiki/Occitaniaได้ความว่า เป็นภาษาที่ใช้กันในฝรั่งเศสตอนใต้(หมู่บ้าน Laguiole ก็อยู่ทางใต้ของฝรั่งเศส)และ โมนาโค รวมไปถึงบางส่วนของอิตาลีและสเปน

17 พฤษภาคม 2552

Why Laguiole ... ทำไมต้อง ลาโยล

แล้วทำไมต้องขับเบ๊นซ์ ทำไมต้องใส่อามานี่ ทำไมไม่ขับโตโยต้า ทำไมไม่ใส่ AIIZ
ความรู้สึกเดียวกันแหล่ะ ถ้าเข้าใจแล้วผมก็คงไม่ต้องมานั่งอธิบายให้มื่อยหรอกนะ
ไม่ได้ว่ายี่ห้ออื่นไม่สวยไม่ดี เอางี้นะ ผมเคยขับรถไปสถานที่นึง ครั้งแรกผมขับฟอร์ดเข้าไปยามเป่านกหวีดไล่ผม กลับไปอีกครั้งขับเบ๊นซ์เข้าไปแกโค้งซะหัวโขกพื้นเลย ยังนึกในใจว่านี่คนเดียวกันนะเว้ย ... ทีนี้ สมมติว่าคุณเข้าไปทานอาหารในโรงแรมห้าดาว (หรือที่ไหนก็ตาม) เพื่อนคุณหยิบ ลาโยล(Laguiole) ขึ้นมา


















ส่วนคุณหยิบ Spiderco อันแสนแพงของคุณขึ้นมา












คุณว่าเพื่อนร่วมโต๊ะจะขอชมของใครก่อนครับ แล้วเค๊าจะพิจารณาของใครนานกว่ากัน
อีกเหตุผลที่แตกต่างและสำคัญทีเดียวนะครับ ลาโยลป็นมีดทำมือ (handcraft) เป็นงานศิลปะครับ ไม่ใช่งานโรงงาน อันเนี้ยะที่ฝรั่งมันชอบมาก เดี๋ยวไว้ผมจะค่อยๆเล่าให้ฟังไปเรื่อยๆ ทำความรู้จักกับลาโยลไปทีละนิด แล้วคุณก็อาจจะหลงรักมันเช่นเดียวกับผม :0)

21 เมษายน 2552

"ความจำเป็น" necessity
เมื่อก่อนผมก็รู้สึกว่ามันไม่จำเป็นต้องพกเหมือนกัน ต่อมาได้สั่งซื้อในอีเบย์มาหลายเล่มเหมือนกัน แล้วก็พกอันนั้นที อันนี้ที ตอนนี้เริ่มใช้แล้ว ใช้ตัด แคะ แกะ เกา ปรากฏว่าเริ่มติด แต่ก็ยังไม่ได้ชอบอันไหนเป็นพิเศษ แล้วก็มาติดใจกับ"ลาโยล" (Laguiole) อันที่พ่อได้เป็นมือสองมา แต่สภาพเยินมาก ก็เอามาแต่งใหม่ ก็คือภาพที่ใช้เป็นไตเติลบนสุดนั่นแหล่ะ แต่งเสร็จก็ยึดเลย เพราะเริ่มหลงรักแล้ว มันสวยอ่ะดิ
ตอนนี้เริ่มกลายเป็นความจำเป็นที่ต้องมีพกติดตัวตลอดและ เพราะว่าพอมีแล้วมันช่วยได้หลายอย่างเลย บางทีเรื่องเล็กๆน้อยๆ อย่างเช่นตัดเชือก ตัดด้าย ตัดถุงกับข้าว ปอกมะม่วง เฉาะน้ำแข็งเวลากินเหล้า ฯลฯ มันสะดวกไปหมดเลย แต่ที่สำคัญ มันสวยยยย ลูบคลำทั้งวันเลย ถ้าไม่ได้พกติดตัว ไม่ได้ลูบคลำแล้วมันหงุดหงิดอ่ะดิ อิอิ

เหตุผลอีกอย่าง ของบางอย่างอย่างเช่นไอ้ก้อนโลหะฝังก้อนหินที่เอามายัดไว้บนนิ้วให้รำคาญที่เรียกกันว่า "แหวน" น่ะ มันมีความจำเป็นขนาดไหนเหรอ ถึงต้องซื้อกันมาเป็นหมื่นเป็นแสน มันคือเครื่องประดับใช่ไม๊คับ มันคือเครื่องมือที่ใช้บอกสถานะและตำแหน่งทางสังคมใช่ไม๊คับ เหมือนกันเลย ลาโยลของผมก็มีวัตถุประสงค์เดียวกันเลย มีประโยชน์กว่าอีก